* My Blog *

16 décembre 2010

สี่ปีผ่านไป...ไวจังเนาะ....

โหหหหหหหหหหหหห.....ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสี่ปีแล้วจริงๆ หลังจากไปหลงระเริงในยุคไฮไฟว์ เฟซบุ๊ค แล้วซุปตาก็ค้นพบว่ามันไม่ค่อยจะส่วนตั๊ว ส่วนตัวเท่าไหร่อะ ประชาชนเข้าถึงได้ง้าย ง่ายเกินไป แต่พอไม่มีเลยก็เหงาเก็บกด อัดอั้น แถมชอบขีดๆเขียนๆเมาท์ๆ เลยต้องหาที่ระบายออกอีกครั้ง เพราะกลับจากไปเที่ยวมีเรื่องเล่ามากมาย แต่ตอนนี้รู้สึกจะตายๆไงไม่รู้ ทั้งพายุุหิมะ พายุงาน เอาเข้าไป โหมกระหน่ำกันเข้าไป แต่สัญญานะจ๊าไดอารี่จ๋าว่าจะกลับมาอัพบ่อยๆจ้า

หลังจากไปพักร้อนในที่ๆเกือบร้อนมาซะหนึ่งอาทิตย์ โห เพื่อนที่ทำงานรักกันมากมาย ไปทำงานวันแรกก็โดนรุมประณามว่าเพราะหล่อนแท้ๆ ไม่อยู่หนึ่งอาทิตย์ ชาวบ้านเค้าอยู่กันอย่างสงบสุข พอหล่อนจะกลับมาพายุก่อตัวทันที เออ ทนกันไปละกันวุ้ย ไปรอบนี้แล้วคงไม่ได้ไปไหนอีกนาน เพราะงบระเบิดไปกับการทัวร์สารพัดเอาท์เลทวันละสามเวลาก่อนและหลังอาหารแล้ว กร๊ากกกกกก จนแต่สุขว่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ

DSC03242ภาพแรกถนนในเมือง หิมะเยอะมากอะคนโกยๆไม่ทัน มันเลยโปะไว้กลางถนน...ซะงั้น

DSC03243

โบสถ์...ยามค่ำคืน

DSC03251

หันไปทางไหนก็เจอแต่หิมะ...แถมพายุหิมะ ออกจากรถออกจากบ้านทีก็โดนพัดซะหัวสั่นหัวคลอน

DSC03241

ยุ่งยืนมองหิมะ...เกิดมาไม่เคยเห็นจริงๆ สาบาน !!!

DSC03237

เที่ยงครึ่งอะ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนห้าโมงเย็น ทึมเทา ซึมเซา ....

Posté par kikojang_j à 17:53 - Commentaires [2] - Permalien [#]

23 octobre 2006

เศร้าดี....

Subject: ถีงคนที่แต่งงานแล้วและยังไม่ได้แต่ง ...!
>>ถีงคนที่แต่งงานแล้วและยังไม่ได้แต่ง
>>เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านแล้วกินใจมาก ลองอ่านและซึมซาบความรู้สึกอย่างช้า
>>ๆ

>>" เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป.... เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป "

>>ในวันแต่งงานของผม  ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน 
>>รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา
>>เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า  ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน  ดังนั้นผมจึงทำตาม
>>เธอเขินอายในอ้อมแขนผม     ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก...
>>นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี... ในวันถัดๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม
>>เรามีลูกด้วยกัน...ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว...
>>เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น... ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน...    
>>ทุก
>>ๆเช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน
>>ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน 
>>ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก...
>>แต่แล้ว   ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย....
>>เจนเข้ามาในชีวิตของผม .... ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน...
>>เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง.. หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก...
>>ที่นี่...เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ...เธอบอกว่า
>>คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุก        คน        ถวิลหา...
>>คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม... ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ ..เธอบอกว่า
>>วันที่        คุณประสบความสำเร็จ
>>ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา... ผมเริ่มรู้สึกลังเล...
>>ผมรู้ว่าผมกำลัง        ทรยศภรรยาผม... แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว....
>>ผมปลีกตัวออกจากเจน " วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันน๊ะ
>>ผมต้องเข้าออฟฟิศ "   ... แน่นอน... เธอไม่ค่อยพอใจนัก
>>เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะ
>>ไปด้วยกัน...ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม..
>>..ทั้งที่จริงๆ แล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
>>แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม....
>>ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด...เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน... จริง ๆ
>>แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก... ทุก ๆ เย็นเธอจะวุ่นวายกับการ
>>ทำอาหาร..ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวี 
>>ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน...
>>หรือ... ถ้าผมจะเลือกเป็น...นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์....
>>มองเรือนร่างอันงดงามของเจน... ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง
>>วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับ
>> > ภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังงัยถ้าเราหย่ากัน...
>>เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..เธอ
>>มั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก...ผม
>>นึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง...
>>เธอจะเป็นอย่างไร
>>วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ...สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี...
>>พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลัก...
>>เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ....  เธอเหมือนจะรับรู้มันได้...
>>แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆ
>>กับพนักงานทุกคน....แต่ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น
>>ในที่สุด...เจนก็บอกกบผมว่า...หย่ากับเธอน๊ะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า..
>>..
>>ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว....ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..ผมมีอะไรจะ
>>บอกคุณ... เธอนั่งทานอาหารอย่าง        เงียบ
>>ๆ...ผมสังเกตุเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ...มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไ
>>ม่ออก...แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป...ผมต้องการหย่า...เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผม
>>เพิ่งจะพูดออกไปเลย...ผมย้ำกับ
>>เธออีกครั้ง...เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง...แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..คุณมันไม่ใ
>>ช่ลูกผู้ชาย...เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น...        เธอร้องไห้
>>อย่างหนัก... ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงาน
>>ของเรา...แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้...เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปห
>>มดแล้วงั้นเหรอ...ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้..มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ
>>้นไปอีก...
>>ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น...ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน...ทุก ๆ
>>อย่างในบ้าน
>>ทั้งรถ...หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด.... เธอเหลือบมองกระดาษที่
>>ผมร่างขึ้น...แล้วฉีกมันทิ้ง...มันทำให้ผมรู้สึก
>>เจ็บปวดมากขึ้น...ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากั
>>นภายในหนึ่งวัน...ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้...เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่
>>างที่สุด...สำหรับผมแล้ว...การ
>>ร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่ยยความสับสนของตัวผมเอง...หลังจากที่ผมกลุ้มใจ
>>กับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม..ในที่สุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริง ๆ
>>เสียทีคืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อน
>>ข้างดึก...เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ..ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย.
>>..ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า...เธอเขียนเงื่อ
>> > นไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม...แต่เธอต้องการให้ผมให้
>>เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า...และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้น
>>ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ...ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่ง
>>กำลังจะมาถึงเสียก่อน..เธอไม่อยากให้
>>ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะ
>>มาถึง...รัชต์..คุณจำได้มั๊ย...วันที่เราแต่งงานกัน...คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอ
>>ดในวันที่เราเข้าเรือนหอ..ผมพยักหน้า..นั่นเป็นความทรง
>>จำที่ดีที่สุดของชั้น...ชั้นมีเรื่องขอร้อง...ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อ
>>มกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน
>>ผม        ยอมรับด้วยความเต็มใจ...ผมรู้ดีว่า
>>เธอคิดถึงวันดีๆเหล่านั้น...และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรง
>>จำที่ดี
>>ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง...เธอหัวเราะถึงความไร้สาร
>>ะของเงือนไข....ภรรยาผมบอกกับผมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...
>>เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้...
>>คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง....
>>เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า...ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปล
>>กหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป...พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก...มันจึงทำให้ผม
>>ทำตัวไม่ถูก...ลูกชายเราตบมือ        แล้วพูดด้วยความดีใจว่า ว้าว...
>>วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย....มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น......เธอบอกว
>>่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา...ผมพยักหน้า...ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่
>>ยม...ผมขับรถ        ไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ
>>วันถัดมา...ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป...เธอซบบนอกผม...เราใกล้ชิดกันมากจน
>>ผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ...ผมถึงได้ตระหนักว่า....เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว.
>>..เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น
>>ในวันที่สาม...เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย...ในวันที่สี
>>่...มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก...ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไ
>>ป...วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่อง        เล็กๆน้อยๆ
>>เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน..ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร...และอื่นๆ
>>อีกมากมาย...ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที...ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เ
>>ลย...     ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเก
>> >
>>ตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย...หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น...แต่แล้ว
>>ผมก็พบว่ามันไม่        ใช่อย่างที่ผมคิด...เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่
>>สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้..นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น
>>ผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้...  ลูกของเราร้องขึ้นว่า
>>พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วน๊ะ...สำหรับลูกแล้ว...การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็น
>>ภาพที่เขามีความสุขที่สุด....เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น...ผมทนมองภาพนั้นไม่ไ
>>ด้จริง ๆ ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย
>>และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง....ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด...เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก...
>>...เธอบอกกับผมว่า...ความจริงแล้ว...ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เถ้า...ผม
>>กอดเธอแน่น...และผมก็ตระหนักว่า..
>>ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน...ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุด
>>หมายใหม่..ผมลังเลเล็กน้อย..แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้....เธอเปิดประตู
>>ออก...ผมบอกเธอว่า เจน..ผมขอโทษ...        ผมจะไม่หย่า....เธอมองหน้าผม
>>แตะหน้าผากผม..        คุณสบายดีหรือเปล่า     เจน...ผมขอโทษ...ผมขอโทษจริง
>>ๆ...
>>ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม...ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้
>>ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย...ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ....มันไม่
>>ได้
>>หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน....ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว....ว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธ
>>อเข้าบ้าน...เธอมีลูกให้ผม...ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่...เจนตบหน้าผมอย่างแรงและ
>>กระแทกประตูใส่ผม....ระหว่างทาง        กลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้....
>>พนักงานขาย
>>ดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร....ผมให้เธอเขียนว่า...ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเรา
>>จะแก่

Posté par kikojang_j à 11:30 - Commentaires [3] - Permalien [#]
18 octobre 2006

...

.

.

.

เหนื่อย

.

.

.

เครียดดดดดดดดด

.

.

.

สองคำสั้นๆ ที่ทำให้ชั้น " หน้าโทรม"

Posté par kikojang_j à 16:50 - Commentaires [2] - Permalien [#]